Connect with us
https://www.snooker147.com/wp-content/uploads/2020/11/zox728.jpg

บทความ

[ตอน : #แชมป์โลกของรอนนี่🏆 ]

Published

on

ก่อนสนุกเกอร์อาชีพจะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ ขอเขียนถึงความสำเร็จของแชมป์โลกคนปัจจุบัน แชมป์โลก 7️⃣ สมัย รอนนี่ โอ’ซัลลิแวน กันสักหน่อย เพราะนับตั้งแต่เขาคว้าแชมป์โลกสมัยล่าสุดมาได้ รู้สึกจะยังไม่ได้เขียนถึงเขาเลย

วันนี้ผมจะพาคุณย้อนไปดูความสำเร็จของเขากับแชมป์โลกทั้ง 6 สมัยก่อนหน้าปีนี้ ว่าในแต่ละปีที่รอนนี่ โอ’ซัลลิแวน คว้าแชมป์โลก🏆ได้นั้น มันเกิดอะไรขึ้นกันบ้าง ไปอ่านกันได้เลย

แชมป์โลกสมัยแรก (2001)

ต้องบอกว่าอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์วงการสนุกเกอร์เริ่มต้นขึ้นที่นี่ เมื่อรอนนี่ โอ’ซัลลิแวน เถลิงบัลลังก์แชมป์โลก ณ ครูซิเบิ้ล เธียร์เตอร์ เป็นสมัยแรก โดยก่อนเริ่มแข่ง ความกดดันได้ก่อตัวขึ้น เมื่อผู้เล่นจาก Class of 92 ที่เทิร์นโปรในปีเดียวกันอย่าง จอห์น ฮิกกิ้นส์ และ มาร์ค วิลเลี่ยมส์ ต่างก็คว้าแชมป์โลกกันได้หมดแล้ว มีเพียงรอนนี่ที่ยังขาดตำแหน่งนี้อยู่ และเขาก็ทำได้จริง ๆ ในปี 2001 ให้หลังเพียง 1 ปีนับจากมาร์ค วิลเลี่ยมส์ คว้าแชมป์โลก เป็นการประกาศให้วงการสนุกเกอร์โลกได้รับรู้กันว่ายุคของมัจจุราชผมทอง สตีเฟ่น เฮนดรี้ นั้นได้สิ้นสุดลงไปเรียบร้อยแล้ว และยุคของ Class of 9️⃣2️⃣ก็ได้ถือกำเนิดมานับแต่นั้น

รอบชิง รอนนี่ โอ’ซัลลิแวน ชนะ จอห์น ฮิกกิ้นส์ 18-14 เฟรม

แชมป์โลกสมัยที่ 2️⃣ (2004)

แชมป์โลกสมัยที่สองของรอนนี่ต้องบอกว่าอยู่ในช่วงที่เขาฟอร์มสดมาก ปีนั้นก่อนจะมาที่ครูซิเบิ้ล เธียร์เตอร์ เขาคว้าแชมป์ Welsh Open ได้เป็นครั้งแรก และเมื่อเข้าสู่รายการชิงแชมป์โลก ไม่มีใครหน้าไหนหยุดเขาได้เลย รอบ 8 คนสุดท้าย และรอบรองชนะเลิศ เขาปิดเกมได้โดยไม่ต้องยืดเยื้อไปถึงเซสชั่นสุดท้ายทั้งสองรอบ โดยเฉพาะรอบรองชนะเลิศที่เขากระซวกสตีเฟ่น เฮนดรี้ 17-4 เฟรม เป็นสกอร์ที่ขาดลอยที่สุดของรอบรองชนะเลิศสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก

รอบชิง รอนนี่ โอ’ซัลลิแวน ชนะ แกรม ด๊อตต์ 18-8 เฟรม

แชมป์โลกสมัยที่ 3️⃣(2008)

รอนนี่ โอ’ซัลลิแวนยังงัดฟอร์มอัจฉริยะขึ้นมาโชว์ได้อีกครั้ง โดยในรอบ 16 คนสุดท้ายเขาทำแม็กซิมั่ม เบรค ใส่มาร์ค วิลเลี่ยมส์ และในรอบรองชนะเลิศ รอนนี่ต้องมาเจอกับมัจจุราชผมทอง สตีเฟ่น เฮนดรี้ อีกครั้ง และครั้งนี้ก็แทบจะไม่ต่างจากครั้งที่รอนนี่ได้แชมป์โลกก่อนหน้า ถึงแม้ว่า 5 เฟรมแรก เฮนดรี้จะมาดี ออกนำไปก่อนถึง 4-1 แต่อีกสามเฟรมที่เหลือของเซสชั่นแรกรอนนี่ตามตีเสมอได้ 4-4 และเมื่อเริ่มเซสชั่นที่สองแข่งกันอีกแปดเฟรม รอนนี่ก็กลายร่างเป็นปีศาจ😈ไล่กระหน่ำแทงไม่ยั้งมือ กวาดได้ทั้งหมด 8 เฟรมในเซสชั่นนี้ ทำให้สตีเฟ่น เฮนดรี้ แพ้ทุกเฟรมในหนึ่งเซสชั่นที่ครูซิเบิ้ล เธียร์เตอร์เป็นครั้งแรก สุดท้ายรอนนี่ผ่านเข้าชิงโดยชนะ 17-6 เฟรม และไม่ต้องแข่งเซสชั่นสุดท้ายอีกต่างหาก

รอบชิง รอนนี่ โอ’ซัลลิแวน ชนะ อาลี คาร์เตอร์ 18-8 เฟรม

แชมป์โลกสมัยที่ 4️⃣ (2012)

การลงแข่งที่ครูซิเบิ้ล เธียร์เตอร์ครั้งนี้ของรอนนี่ เป็นการลงแข่งครั้งแรกนับตั้งแต่เขาเข้าทำการรักษากับจิตแพทย์ทางด้านกีฬานั่นคือคุณหมอ สตีฟ ปีเตอร์ส 👨‍⚕️ถึงแม้จะมีปัญหาสภาพจิตใจ แต่รอนนี่ยังคงทะลุไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ซึ่งคู่ชิงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคู่ชิงคนเดิมเมื่อตอนที่เขาได้แชมป์โลกสมัยที่สามนั่นก็คือ อาลี คาร์เตอร์ ซึ่งก่อนหน้าแมตช์นี้ทั้งคู่เคยพบกันมา 11 ครั้งในรายการสะสมคะแนน และเป็นรอนนี่ที่ชนะได้ทั้ง 11 ครั้ง และในที่สุดแมตช์นี้ก็เป็นแมตช์ที่ 12 ที่รอนนี่มีชัยชนะเหนือคาร์เตอร์ และในรอบชิงนี้เองที่รอนนี่ทำสถิติเบรคสูงสุดในรอบชิงชนะเลิศที่ครูซิเบิ้ล เธียร์เตอร์ 141 แต้ม จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครทำลายสถิตินี้ได้เลย

รอบชิง รอนนี่ โอ’ซัลลิแวน ชนะ อาลี คาร์เตอร์ 18-11 เฟรม

แชมป์โลกสมัยที่ 5️⃣(2013)

หลังจากได้แชมป์โลกสมัยที่สี่เมื่อปีที่แล้ว รอนนี่ประกาศขอพักทั้งฤดูกาล โดยไม่ลงแข่งรายการใดเลย จนกระทั่งเขากลับมาแข่งสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลกที่ ครูซิเบิ้ล เธียร์เตอร์ อีกครั้งในปี 2013 และเขาก็ประกาศศักดาคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ห้า และเป็นปีที่สองติดต่อกันทั้ง ๆ ที่พักการแข่งมาหนี่งปีเต็ม ๆ โดยในรอบชิงชนะเลิศ เขาทำสถิติเซ็นจูรี่ เบรค 131 ครั้งในครูซิเบิ้ล เธียร์เตอร์ แซงหน้าเซ็นจูรี่ เบรค 127 ครั้งของสตีเฟ่น เฮนดรี้ลงได้ และยังเป็นคนแรกที่ทำถึง 6 เซนจูรี่ เบรค ในนัดชิงชนะเลิศอีกต่างหาก

รอบชิง รอนนี่ โอ’ซัลลิแวน ชนะแบรี่ ฮอว์กิ้นส์ 18-12 เฟรม

แชมป์โลกสมัยที่ 6️⃣(2020)

สนุกเกอร์ชิงแชมป์โลกครั้งนี้เป็นครั้งแรก🎱ในประวัติศาสตร์ของครูซิเบิ้ล เธียร์เตอร์ ที่เล่นกันแบบไม่มีคนดูเนื่องจากโรคระบาดโควิด-19 😷ซึ่งรอบแรกรอนนี่ก็ทำสถิติได้เลยเมื่อเขาระเบิดฟอร์มเอาชนะเอฟ นครนายก 10-1 เฟรม รอนนี่ใช้เวลาเฉลี่ย 14 วินาทีต่อหนึ่งช็อต และทั้งแมตช์รวมสองเซสชั่นใช้เวลาในการแข่งทั้งสิ้น 108 นาทีเท่านั้น เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งในระบบ 10 ใน 19 เฟรม (แน่นอนว่าเป็นสถิติที่เอฟอาจจะไม่ค่อยอยากจำเท่าไหร่) ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อแข่งแบบไม่มีคนดู มันก็เหมือนเป็นการแทงซ้อมกลาย ๆ เพราะไม่ค่อยมีความกดดันจากบรรยากาศรอบตัวเท่าไหร่นัก และมันก็เอื้อให้รอนนี่โชว์ฟอร์มได้เปล่งปลั่งมากขึ้น จนกระทั่งเขาขึ้นไปคว้าแชมป์โลกสมัยที่หกในที่สุด

รอบชิง รอนนี่ โอ’ซัลลิแวน ชนะ ไคเรน วิลสัน 18-8 เฟรม

————————-
– #ท่านชายในสายหมอก – 

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *